เพลงเสริมพัฒนาการเด็ก: เพลงที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก 1, 2 และ 3 ขวบ
โดย David Choi · อัปเดตเมื่อ 29 กันยายน 2569
เด็กวัยหัดเดินเรียนรู้จากเพลงได้ดี เพราะเพลงมีการทำซ้ำ คำเดิม ทำนองเดิม และท่าทางเดิมวนกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นวิธีที่เด็กเล็กเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ได้ดีที่สุด เพลงเสริมพัฒนาการเด็กที่ดีจะสั้น ติดหู และสอนเรื่องเดียวในแต่ละครั้ง
นี่คือเพลงเสริมพัฒนาการเด็กของเรา แบ่งตามช่วงวัย ช่วงวัยเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น เพราะเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน และเด็กโตกว่าก็ยังชอบเพลงสำหรับทารกได้เหมือนกัน
ทำไมเด็กวัยหัดเดินถึงเรียนรู้จากเพลงได้ดี
ดนตรีช่วยพัฒนาภาษาได้หลายทาง เพลงคล้องจองและท่อนที่ร้องซ้ำ ๆ ช่วยให้เด็กได้ยินเสียงเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในคำ และเด็กวัยหัดเดินมักเข้าใจคำศัพท์หลายคำก่อนที่จะพูดออกมาได้เสียอีก การร้องเพลงด้วยกันยังเป็นเหตุผลให้ลูกอยากลองออกเสียงคำเหล่านั้นดัง ๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเล็กจากองค์กร ZERO TO THREE ชี้ว่า การได้ฟังเพลงเดิมในเวลาเดิมทุกวัน ช่วยให้เด็กเล็กเชื่อมโยงเพลงนั้นเข้ากับประสบการณ์ที่เกิดขึ้น
เพลงเสริมพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ
เด็ก 1 ขวบเรียนรู้ผ่านการเล่น เสียง และเกมโต้ตอบง่าย ๆ เมื่ออายุประมาณ 18 เดือน เด็กวัยหัดเดินหลายคนเริ่มพูดคำอื่นนอกจาก “mama” หรือ “dada” (แม่ พ่อ) ได้ตั้งแต่สามคำขึ้นไป และทำตามคำสั่งง่าย ๆ ขั้นตอนเดียวได้ เพลงที่มีเกมหรือเสียงให้เลียนแบบจึงเหมาะกับวัยนี้ที่สุด
Peekaboo Song
“Peekaboo, where are you?” (จ๊ะเอ๋ ลูกอยู่ไหนเอ่ย) เกมซ่อนหาสุดคลาสสิกที่กลายมาเป็นเพลง ปิดตาของคุณไว้ก่อน แล้วหาลูกให้เจอตอนร้องท่อน “There you are! I found you!” (อยู่นี่เอง เจอแล้ว!) ทารกและเด็กวัยหัดเดินหัวเราะทุกครั้งที่เจอกัน

Animal Sounds Song
“What sound does a dog make? Ruff ruff ruff!” (หมาร้องเสียงอะไร โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!) สัตว์ทั้งหมด 16 ชนิด ตั้งแต่วัวและแมว ไปจนถึงวาฬและสิงโต เสียงร้องของสัตว์มักเป็นหนึ่งใน “คำพูด” แรก ๆ ของเด็กวัยหัดเดิน และเลียนแบบได้ง่าย
เพลงเสริมพัฒนาการเด็ก 2 ขวบ: อวัยวะ สี และการนับเลข
วัย 2 ขวบเป็นปีทองของการเรียนรู้คำศัพท์ เมื่ออายุ 2 ขวบ เด็กส่วนใหญ่สามารถชี้อวัยวะได้อย่างน้อย 2 ส่วนเมื่อถูกถาม และพูดคำสองคำต่อกันได้ เช่น “more milk” (ขอนมอีก) เพลงที่เรียกชื่อสิ่งที่ลูกมองเห็นและสัมผัสได้จึงเหมาะกับวัยนี้

Face Song
eyes (ดวงตา), eyebrows (คิ้ว), ears (หู), nose (จมูก), mouth (ปาก), teeth (ฟัน), chin (คาง) และ cheeks (แก้ม) ในช่วงครึ่งหลังของเพลงจะถามว่า “Where are your eyes?” (ตาของหนูอยู่ไหน) ให้ลูกชี้ไปที่แต่ละส่วน เป็นทั้งเพลงสอนอวัยวะและเกมในเพลงเดียว
The Color Song
เก้าสี ร้องซ้ำสองรอบ: red (สีแดง), green (สีเขียว), blue (สีน้ำเงิน), purple (สีม่วง), white (สีขาว), yellow (สีเหลือง), black (สีดำ), orange (สีส้ม) และ brown (สีน้ำตาล) เพลงสอนสีสำหรับเด็กวัยหัดเดินที่บอกว่าสีเหล่านี้อยู่รอบตัวเรา ทั้งบนท้องฟ้า เสื้อผ้า และของเล่นของเรา

1-10 Song: Learn to Count
นับตั้งแต่ 1 ถึง 10 สามรอบ แต่ละรอบเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เด็กวัยหัดเดินมักท่องตัวเลขได้ก่อน แล้วจึงค่อยเข้าใจความหมายทีหลัง และทั้งสองอย่างเริ่มต้นได้ด้วยเพลงแบบนี้
เพลงเสริมพัฒนาการเด็ก 3 ขวบ: รูปทรงและ ABC
เด็ก 3 ขวบพูดคุยโต้ตอบเป็นบทสนทนาได้แล้ว และถามคำถาม “อะไร” กับ “ทำไม” บ่อยมาก หลายคนวาดวงกลมได้เมื่อมีคนสอน พวกเขาพร้อมสำหรับเพลงที่อธิบายรายละเอียดมากขึ้นอีกนิด

Song About Shapes
circle (วงกลม), rectangle (สี่เหลี่ยมผืนผ้า), triangle (สามเหลี่ยม) และ square (สี่เหลี่ยมจัตุรัส) แต่ละรูปทรงมาพร้อมตัวอย่างใกล้ตัว เช่น กระดุม ประตู เรือใบ และแซนด์วิช พร้อมกฎง่าย ๆ อย่าง “It has three sides, it’s pointy, it’s a triangle!” (มีสามด้าน ปลายแหลม นี่คือสามเหลี่ยม!)

ABC Song
ตัวอักษรภาษาอังกฤษแบ่งเป็นสามช่วง: A ถึง P จากนั้น Q ถึง Z แล้วร้องรวมกันทั้งหมดอีกครั้ง พร้อมคำให้กำลังใจตลอดทาง การแบ่งเป็นช่วง ๆ แบบนี้ทำให้เรียน ABC ได้ง่ายขึ้นมาก
วิธีดึงการเรียนรู้ออกมาจากแต่ละเพลงให้ได้มากที่สุด
- เว้นจังหวะก่อนคำสุดท้าย ร้อง “Twinkle twinkle little…” (ระยิบระยับ ดาวดวงน้อย…) แล้วหยุดรอ การเติมคำต่อคือจุดเริ่มต้นที่เด็กวัยหัดเดินเริ่มร้องเพลงเอง
- ชี้และสัมผัส ชี้ไปที่จมูกตอนร้องเพลง Face Song หรือชูนิ้วตอนร้องเพลงนับเลข
- พาออกจากหน้าจอ หลังร้องเพลงจบ ลองพาลูกไปตามหาสีหรือรูปทรงรอบบ้านดู
- ร้องเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทั้งสัปดาห์ การทำซ้ำคือหัวใจสำคัญ เด็กวัยหัดเดินจะยิ่งชอบเพลงมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับเพลงนั้นแล้ว
- ร้องเองด้วย ทุกหน้าเพลงมีเนื้อเพลงเต็มให้ดู เสียงของคุณตอนอยู่ในรถหรือตอนอาบน้ำ สอนลูกได้ไม่แพ้วิดีโอเลย
เพลงเดียวฟังซ้ำหลายครั้ง ดีกว่าหลายเพลงฟังแค่ครั้งเดียว ถ้าลูกขอฟังเพลงเดิมซ้ำอีก นั่นแหละคือการเรียนรู้ที่กำลังเกิดขึ้นจริง
แล้วเรื่องเวลาหน้าจอล่ะ?
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าเด็ก 1 ขวบไม่ควรดูหน้าจอเลย และเด็กอายุ 2 ถึง 4 ขวบไม่ควรดูเกินวันละ 1 ชั่วโมง (ยิ่งน้อยยิ่งดี) แต่คุณยังใช้เพลงของเราได้อยู่ ด้วยการเปิดฟังเป็นเสียงอย่างเดียว ดูวิดีโอด้วยกันแล้วร้องต่อโดยไม่เปิดหน้าจอ หรือเรียนรู้เนื้อร้องจากเนื้อเพลงในแต่ละหน้าเพลง
อยากใช้เพลงเหล่านี้สอนภาษาอังกฤษให้ลูกไหม อ่านคู่มือของเราเรื่อง วิธีสอนลูกภาษาอังกฤษที่บ้านด้วยเพลง หรือนำไปใช้ในกิจวัตรประจำวันกับ เพลง Circle Time ของเรา
คำถามที่พบบ่อย
เพลงเสริมพัฒนาการเด็กที่ดีที่สุดมีเพลงอะไรบ้าง?
เพลงเสริมพัฒนาการเด็กที่ดีที่สุดจะสั้น ร้องคำเดิมซ้ำหลายครั้ง และสอนเรื่องเดียวในแต่ละครั้ง เช่น เสียงสัตว์ อวัยวะ สี ตัวเลข รูปทรง หรือ ABC เพลงที่มีท่าทางให้เลียนแบบ เช่น การชี้อวัยวะ จะยิ่งได้ผลดีเป็นพิเศษ
เพลงแบบไหนเหมาะกับเด็ก 2 ขวบ?
เด็ก 2 ขวบชอบเพลงที่เรียกชื่อสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้ เช่น เพลงสอนอวัยวะอย่าง “Face Song” ของเรา เพลงสอนสี เพลงนับเลขง่าย ๆ และเพลงเสียงสัตว์ เพลงสั้น ๆ ที่มีท่าทางประกอบจะช่วยให้ลูกร่วมร้องไปด้วยได้
จะสอนสีลูกด้วยเพลงยังไง?
เปิดเพลงสอนสีให้ลูกฟังสักไม่กี่ครั้งตลอดทั้งสัปดาห์ แล้วนำไปใช้ในชีวิตจริง เช่น ชี้ไปที่ของเล่นสีแดงแล้วร้องคำนั้นออกมา พาลูกไปตามหาสีรอบบ้าน หรือจัดของเล่นตามสี การได้ยินคำในเพลงแล้วเห็นสีนั้นรอบตัว คือสิ่งที่ทำให้ลูกจำได้แม่น
ลูกควรฟังเพลงเดิมซ้ำกี่ครั้ง?
หลายครั้ง เด็กวัยหัดเดินเรียนรู้ผ่านการทำซ้ำ และส่วนใหญ่ต้องฟังเพลงต่อเนื่องหลายวันก่อนจะเริ่มร้องตามได้ การฟังเพลงเดิมซ้ำประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนเพิ่มเพลงใหม่ ได้ผลดี
วิดีโอเสริมการเรียนรู้ดีสำหรับเด็กวัยหัดเดินไหม?
วิดีโอช่วยแนะนำเพลงใหม่ให้ลูกรู้จักได้ แต่เด็กวัยหัดเดินเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อผู้ใหญ่ร้องเพลง พูดคุย และเล่นไปด้วยกัน องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าเด็ก 1 ขวบไม่ควรดูหน้าจอเลย และเด็กอายุ 2 ถึง 4 ขวบไม่ควรดูเกินวันละ 1 ชั่วโมง จึงควรเปิดเพลงเป็นเสียงด้วย และร้องเองบ้าง
แหล่งอ้างอิง
- Beyond Twinkle, Twinkle: Using Music with Infants and Toddlers, ZERO TO THREE
- Milestones by 18 Months, Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
- Milestones by 2 Years, Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
- Milestones by 3 Years, Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
- To grow up healthy, children need to sit less and play more, World Health Organization (2019)
บทความอื่น ๆ
- เพลงเต้นเด็กภาษาอังกฤษ (Action Songs): เพลงเต้นและเพลงเคลื่อนไหวสำหรับเด็กวัยหัดเดินและอนุบาล
เพลงเคลื่อนไหวให้ทำตาม เพลงเต้นสำหรับงานปาร์ตี้ และเกม Freeze Dance สำหรับเด็กวัยหัดเดิน เด็กอนุบาล และห้องเรียน
- เพลง Circle Time สำหรับเด็กวัยหัดเดินและอนุบาล: เพลงต้อนรับ เพลงสวัสดีตอนเช้า เพลงเรียนรู้ และเพลงเก็บของเล่น
เพลงต้อนรับ เพลงสวัสดีตอนเช้า เพลงเรียนรู้ และเพลงเก็บของเล่น พร้อมแผน Circle Time ง่าย ๆ 15 นาที
- ความหมายเพลง Nursery Rhyme: เรื่องจริงเบื้องหลัง Humpty Dumpty, Mary Had a Little Lamb และเพลงอื่น ๆ
ที่มาที่แท้จริงของเพลงคล้องจองคลาสสิกทั้ง 5 เพลง และเหตุผลที่ “ความหมายด้านมืด” ที่เห็นตามอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นเพียงตำนาน
- เพลงกล่อมนอนเด็กและทารก: เพลงกล่อมเด็ก เนื้อเพลง และกิจวัตรก่อนนอนง่าย ๆ
เพลงกล่อมนอนและเพลงกล่อมเด็กฟังสบาย พร้อมเนื้อเพลง และกิจวัตรก่อนนอนง่าย ๆ สำหรับเด็กวัยหัดเดิน
- เพลงกล่อมเด็ก: เพลงฟังสบายสำหรับนอนหลับ เวลาเงียบ และห้องเรียน
เพลงกล่อมนอนเบา ๆ เพลงเปียโนบรรเลง และเพลงยาวสำหรับนอนหลับ เวลาเงียบ และห้องเรียน
- เพลงเด็กภาษาอังกฤษง่ายๆ 15 เพลง ช่วยลูกน้อยเรียนภาษาอังกฤษ (พร้อมเนื้อเพลง)
15 เพลงง่าย ๆ แบ่งตามหมวดหมู่ พร้อมคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แต่ละเพลงสอน
- วิธีสอนลูกภาษาอังกฤษที่บ้านด้วยเพลง: คู่มือง่าย ๆ สำหรับพ่อแม่
แผนทีละขั้นตอนสำหรับพ่อแม่ พร้อมเพลงแนะนำให้เริ่มต้น และเคล็ดลับสำหรับพ่อแม่ที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ